พระใหม่พลาซ่า


พระใหม่

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นางกวัก"กวักเงินกวักทอง

ประวัติพุทธสาวก นางกวัก กวักเงินกวักทอง

พระเกจิอาจารย์และผู้มีวิชาอาคม ได้รวบรวมมวลสาร ดิน ว่าน ผง โลหะ ไม้ที่เป็นมงคลนำมาจัดสร้าง หล่อ แกะ เป็นรูปนางกวัก และนำพระคาถาบรรจุลง เพื่อให้ผู้ที่นำไปบูชาเกิดโชคลาภ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง และทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นางกวักเป็นเทพีแห่งโชคลาภ มีไว้บูชาทำให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ทรัพย์สินเงินทองหลั่งไหลมามากมาย ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย วันนี้จะพูดของเรื่องที่มาที่ไป ตำนาน ของนางกวัก

"นางกวัก" นับเป็นรูปเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในมวลหมู่ผู้มีอาชีพค้าขายทั้งหลาย ด้วยเชื่อว่านามของนางกวัก มีความหมายในทางทำมาหากินคล่องเจริญก้าวหน้า ตามร้านค้าจึงพบเห็นรูปนางกวักบนหิ้งบูชา หรือแม้กระทั่งรถเข็นค้าขาย ในตะกร้าเก็บสตางค์ หรือมุมเล็กๆ ต้องมีรูปนางกวักอยู่ด้วยเสมอ



 "นางกวัก" ตามประวัติพุทธสาวกในพระพุทธศาสนาว่า สมัยพุทธกาลที่เมืองมิจฉิกาสีณฑนคร อยู่ไม่ไกลนักจากเมืองสาวัตถี มีครอบครัวหนึ่งประกอบอาชีพซื้อขายสินค้าต่างๆ เลี้ยงชีพ สองสามีภรรยามีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ "สุภาวดี" ต่อมาสุจิตตพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ ได้ขยายกิจการซื้อเกวียนมา 1 เล่ม นำสินค้าไปเร่ขายในต่างถิ่น บางครั้งบุตรสาวขออนุญาตเดินทางไปด้วย เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ การไปค้าขายกับบิดานี่เอง ณ จุดพักขายสินค้า ทำให้สุภาวดีได้มีโอกาสพบกับ "พระกัสสปเถระเจ้า" เป็นอริยสงฆ์แสดงธรรม หลังจากสุภาวดีฟังธรรมเทศนาอย่างตั้งใจแล้ว พระกัสสปเถระเจ้าได้กำหนดจิตเป็นอำนาจจิตพระอรหันต์ ประสิทธิ์ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว โดยได้ตั้งกุศลจิตประสาทพรเช่นนี้ทุกครั้งที่สุภาวดีมีโอกาสไปฟังจนจบ อำลากลับ

เมื่อสุภาวดีติดตามบิดาไปค้าขายยังเมืองอื่น ด้วยกุศลบารมีบันดาลให้สุภาวดีได้มีโอกาสฟังธรรมพระอริยสงฆ์อีกท่านหนึ่ง นามว่า "พระสิวลีเถระเจ้า" ในถิ่นที่บิดานำสินค้าไปขาย การได้ฟังธรรมอย่างตั้งใจ สุภาวดีจึงมีความรู้แตกฉานในหลักธรรมต่างๆ เป็นอันมาก พระสิวลีเป็นผู้มีชีวิตอัศจรรย์กว่าพระสงฆ์อื่น คือ ท่านอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน จึงคลอดออกมา พร้อมด้วยวาสนา บารมี ที่ติดกับวิญญาณธาตุของท่าน

ท่านจึงเป็นผู้มีลาภสักการบูชามาหาท่านตลอด เมื่อถึงคราวจำเป็นและต้องการ ทุกครั้งที่สุภาวดีได้ฟังธรรมและลากลับ พระสิวลีเถระเจ้าได้กำหนดกุศลจิต ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว เช่นเดียวกัน จิตของสุภาวดีจึงได้รับประสาทพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ ส่งผลให้บิดาทำการค้าได้กำไรไม่เคยขาดทุน

บิดารู้ว่าสุภาวดีคือผู้ที่เป็นสิริมงคลที่แท้จริง เป็นที่ไหลมาแห่งทรัพย์สมบัติของครอบครัว เวลาผ่านไปไม่นาน ครอบครัวร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีมีเงินทองและกองเกวียนสินค้ามากมาย เทียบได้กับธนัญชัยเศรษฐี บิดาของวิสาขาแห่งแคว้นโกศล เมื่อร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีแล้ว บิดาของสุภาวดีได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมด้วยความศรัทธา

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หลวงพ่อคูณ ผจญสิ่งเร้นลับกลางป่าเขา



หลวงพ่อคูณ ผจญสิ่งเร้นลับกลางป่าเขา

 

หลวงพ่อคูณ กล่าวว่า อาวุธที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้สู้กับสิ่งเร้นลับ คือ พรหมวิหาร ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่พระสายกรรมฐานว่า การเดินธุดงค์ในป่าดงดิบ มักจะผจญกับสิ่งเร้นลับ โดยเฉพาะกันสิ่งนึกคิด ความวิตกกังวล ความหวั่นไหว ความสับสนต่างๆ นานาในจิตของตนท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยววิเวกวังเวง ความมืดความเงียบสงบ ที่ห่อหุ้มเสียงกู่ร้องคำรามโหยหวนของสัตว์ป่า อันน่าพรั่นพรึง
แม้บางครั้งเส้นทางธุดงค์จะเสี่ยงภัยอันตรายแสนสาหัส พรานป่าหรือชาวบ้านไม่เดินกันแต่พระธุดงค์ก็ต้องเดิน

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา


เพราะจริงๆๆแล้วสัตว์ป่าที่ดุร้ายมันก็กลัวเราเหมือนกัน สำคัญที่จิตใจใครจะเข้มแข็งและมีสมาธิแน่วแน่กว่ากัน เมื่อจิตอยู่ในสมาธิแผ่เมตตาให้กับมัน ต่างฝ่ายก็จะแยกย้ายกันไป
หลวงพ่อคูณได้ย้ำว่า พระธุดงค์จะต้องครองศีลให้บริสุทธิ์ ตัดอาสวะกิเลสทั้งปวง ปฎิบัติให้มีศีลมีธรรมอย่างเคร่งครัดเทวา อารักษ์ในป่าเขาจะช่วยคุ้มครอง ในการธุดงค์ไปรอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ งานบุญสุขในหัวใจ ๒

หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ งานบุญสุขในหัวใจ ๒

เหรียญนั่งพานเสมา หลวงพ่อคูณ บูชาครู